วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554

เลือกทำเว็บไซต์อย่างไรดี ให้เหมาะสม

หลายท่านอาจจะประสบปัญหาดังกล่าว เนื่องด้วยปัจจุบัน มีผู้ให้บริการจัดทำเว็บไซต์ ทั้งที่เป็นรูปแบบบริษัท และ อิสระ(Freelance) อีกทั้งประเภทการรับทำยังมีทั้งเว็บไซต์สำเร็จรูป เว็บไซต์ Open source เว็บไซต์ Package และ เว็บไซต์ทำขึ้นใหม่ หลายๆ ท่านคงจะเวียนหัวกับการเลือกใช้บริการ และบางทีอาจจะหลงกลไปกับคำอวดอ้างต่างๆ ได้ วันนี้ผมจะมาบอกประเภทต่างๆ ของรูปแบบการจัดทำเว็บไซต์ และผู้ที่รับทำเว็บไซต์ว่ามีลักษณะอย่างไร มีความเหมาะสม ข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง

1. เว็บไซต์สำเร็จรูป

เว็บไซต์สำเร็จรูปหรือเว็บไซต์อัตโนมัติ ซึ่งถูกสร้างมาด้วยวัตถุประสงค์คือง่ายต่อการจัดทำได้ด้วยตนเอง สำหรับผู้ใช้บริการ ที่ต้องการมีเว็บไซต์เป็นของตนเอง และไม่ต้องการความซับซ้อนของการเขียนโปรแกรมต่างๆ ให้ยุ่งยาก โดยแต่ละผู้ให้บริการจะมีรูปแบบ หรือที่เราเรียกว่า เทมเพลท มาให้ท่านเลือก และทำการปรับแต่งตามที่ท่านต้องการ เช่น เปลี่ยน โลโก้ ใส่ข้อมูลบริษัท ใส่ข้อมูลสินค้าและผลิตภัณฑ์เป็นต้น ผ่านเครื่องมือที่ถูกจัดสร้างไว้แล้ว

เว็บไซต์ประเภทนี้ เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการความรวดเร็วในการได้รับเว็บไซต์ และมีความรู้เรื่องการใช้อินเตอร์เน็ตดีในระดับหนึ่ง ซึ่งผู้ให้บริการบางรายอาจจะมีการโฆษณาว่า สะดวก ง่าย ใช้ความรู้พื้นฐานทางคอมพิวเตอร์เล็กน้อย ซึ่งจริงๆคำว่าเล็กน้อยนี้เล็กน้อยแค่ไหนคงวัดกันลำบากซักนิดนึง

ผู้ที่เลือกใช้บริการเว็บสำเร็จรูป ต้องมีพื้นฐานดังนี้

  • มีความรู้เรื่องในการปรับแต่งภาพเบื้องต้น เนื่องจาก ถ้าต้องการใส่ โลโก้เอง รูปสินค้าเอง ถ้าไม่รู้เข้าใจวิธีการปรับแต่งรูปเบื้องต้น อาจจะมีปัญหาได้ เช่น ขนาดไฟล์ที่ใหญ่เกินไป รูปไม่เหมาะสมกับเทมเพลท ทำให้เว็บไม่สวยงาม
  • มีความรู้พื้นฐานในการใช้ Internet, Email

ข้อดีของการใช้เว็บสำเร็จรูป

  • ทำเว็บไซต์ได้รวดเร็ว โดยมีเทมเพลทให้เลือกใช้ ไม่ต้องเสียเวลาออกแบบเอง
  • ทำจากระบบออนไลน์ได้ตลอดเวลา 24 ชม. ไม่ต้องการเครื่องมือหรือโปรแกรมใดช่วยในการทำงาน
  • ราคาไม่สูงเกินไป อยู่ที่ 3,000-10,000 บาท

ข้อเสียในการใช้เว็บไซต์สำเร็จรูป

  • รูปแบบของเทมเพลมอาจจะถูกเลือกได้มากกว่า 1 ครั้ง นั่นหมายความว่าเว็บไซต์ของคุณอาจจะมีโอกาสเหมือนกับเว็บไซต์อื่นๆ ได้
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่มีความรู้เพียงเล็กน้อยในการใช้งานคอมพิวเตอร์เบื้องต้น ?
  • การปรับแต่งต่างๆ อยู่ในรูปแบบที่จำกัด ซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับผู้พัฒนาระบบหรือผู้ให้บริการนั่นเอง

2. เว็บไซต์ Open source

เว็บไซต์ Open source คือเว็บไซต์ที่สร้างผ่านโปรแกรมฟรีต่างๆ ที่มีผู้พัฒนาขึ้นมา เช่น Joomla PHPbb Magento และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเป้าหมายของผู้พัฒนาคือต้องการพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการจัดทำเว็บไซต์โดยมีการรวมกลุ่มกันพัฒนาขึ้นมาในรูปแบบอิสระ และเปิดให้มีการ Download ไปใช้งานกันอย่างอิสระ ทำให้มีเครื่องมือต่อเนื่องต่างๆ ออกตามกันมาอย่างมากมาย และการพัฒนายังไปได้รวดเร็วและต่อเนื่องอีกด้วย
เว็บไซต์ประเภทนี้เหมาะสำหรับท่านที่มีความรู้ในการจัดทำเว็บไซต์ในระดับหนึ่ง ซึ่งสามารถใช้งานเครื่องมือการทำเว็บไซต์ได้ และเข้าใจเรื่องการตกแต่งเว็บไซต์ด้วยเทคนิคต่างๆ รวมถึงระบบฐานข้อมูล

เนื่องจากระบบยังต้องการความเข้าใจในการติดตั้งและการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ได้ตามความต้องการ ซึ่งก็มีหลายบริษัทที่ให้บริการทางด้านการพัฒนาเว็บไซต์ด้วย Open Source มาให้เลือกใช้บริการ

ผู้ใช้บริการเว็บไซต์ Open Source ต้องมีพื้นฐานดังนี้คือ

  • เข้าใจถึงการควบคุม Hosting เบื้องต้น การ Install และการอนุญาตส่วนต่างๆ ในการทำงานของเว็บไซต์
  • ปรับแต่งรูปภาพให้เหมาะสมกับเว็บไซต์
  • เข้าใจโครงสร้างของเว็บไซต์และภาษา HTML CSS ขั้นต้น เพื่อใช้ในการปรับแต่ง

ข้อดีเว็บไซต์ Open Source

  • (ถ้า)สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ไม่เสียค่าบริการใดๆ นอกจากค่าพื้นที่และจดทะเบียนโดเมน
  • มีเครื่องมือให้ใช้มากมาย ซึ่งสามารถหาได้จากอินเตอร์เน็ต
  • มีการพัฒนาที่ต่อเนื่อง และมีเครื่องมือใหม่ๆ ออกมาให้ใช้อยู่ตลอดเวลา

ข้อเสียเว็บไซต์ Open Source

  • มีข้อจำกัดในการพัฒนาเนื่องจากใช้การเขียนโปรแกรมที่ซับซ้อนยากที่จะปรับแก้ได้ตามใจด้วยตัวเอง อาจจะต้องพึ่งโปรแกรมเมอร์ในการปรับแต่ง (เป็นการเพิ่มงบประมาณ)
  • การใช้งานบางทีซับซ้อนเกินกว่าที่ผู้ใช้ทั่วไปจะเข้าใจได้ เนื่องจากผู้จัดทำมักไม่ได้เป็นผู้บริหารระบบเอง

3. เว็บไซต์ที่ทำขึ้นใหม่

การเลือกใช้ผู้รับทำเว็บไซต์ เพื่อสร้างเว็บไซต์ขึ้นใหม่ โดยบางบริษัทอาจจะมีการแบ่งออกเป็น Package เพื่อให้ง่ายต่อการเลือกใช้บริการ เช่น Package A สามารถใส่หน้าได้ 5 หน้า สินค้าได้ 10 ชิ้น ราคา 5,000 บาท ซึ่งการจัดทำเว็บไซต์ขึ้นใหม่ หรืออาจจะเรียกว่าเขียนเว็บไซต์ขึ้นใหม่ คือการสร้างเว็บไซต์ขึ้นตามความต้องการของผู้ว่าจ้าง ระบบต่างๆ การออกแบบ รูปแบบของเว็บไซต์ จะสามารถจัดทำได้ตรงตามความต้องการของผู้ว่าจ้างมากกว่าแบบอื่นๆ

ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถและประสบการณ์ของผู้จัดทำเว็บไซต์ด้วยเช่นเดียวกัน และเนื่องด้วยเว็บไซต์ถูกทำขึ้นมาเฉพาะกิจ? มักจะขึ้นอยู่กับความถนัดและ ความสามารถของผู้จัดทำ ดังนั้นจึงควรเลือกผู้ให้บริการที่มีความรับผิดชอบและมีประสบการณ์ รวมไปถึงผลงาน เพราะว่าหลังจากงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว หากต้องการในเรื่องการปรับแต่ง จะสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหากเลือกการทำเว็บไซต์ขึ้นใหม่ จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับผู้จัดทำเว็บไซต์เป็นสำคัญ

เว็บไซต์ประเภทนี้เหมาะกับเว็บไซต์ที่มีลักษณะเฉพาะตัว มีโปรแกรมความสามารถเฉพาะด้าน เพื่อตอบสนองความต้องการที่ถูกต้องตามเป้าหมายของผู้ว่าจ้าง และยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการเว็บไซต์ที่มีรูปแบบ ลักษณะที่ไม่ซ้ำใคร สามารถสร้างและวางรูปแบบได้ตามต้องการ

การเลือกผู้ให้บริการจัดทำเว็บไซต์

  • มีผลงานเชื่อถือได้ รวมทั้งประสบการณ์ในการทำงาน เพื่อช่วยแนะนำท่านให้ได้เว็บไซต์ที่เหมาะสม
  • มีความรับผิดชอบ และการรับประกันผลงาน ว่าจะไม่ทิ้งงาน ซึ่งอันนี้ บริษัทจะได้เปรียบกว่านักเขียนเว็บไซต์อิสระ (Freelance) เนื่องจากมีการจดทะเบียนถูกต้อง ซึ่งท่านจะมั่นใจได้ว่า สามารถตามงานได้ตลอดเวลา
  • ผู้ให้บริการที่ให้คำแนะนำ ปรึกษาทั้งก่อนการขาย และหลังการขายที่ชัดเจน และโปร่งใส
  • เลือกใช้ผู้ให้บริการที่ท่านรู้สึกสบายใจ ไม่ติดขัดเรื่อง ราคา การทำงาน ข้อกำหนด เนื่องจากเมื่อการทำงานเกิดจากความสบายใจทั้งสองฝ่าย งานย่อมออกมาดี สมบูรณ์

ข้อดีของการจัดทำเว็บไซต์ขึ้นใหม่

  • ได้เว็บไซต์ตรงตามความต้องการ
  • ได้รับเว็บไซต์ที่มีรูปแบบ และเป็นเอกลักษณ์ที่เหมาะสมกับธุรกิจ
  • ไม่มีข้อกำหนดในการพัฒนา สามารถเลือกใช้ภาษาในการเขียนได้ และเลือกเครื่องมือต่างๆได้ ตามความต้องการ
  • ใช้งานได้จริง เนื่องจากก่อนทำเว็บไซต์ ผู้ให้บริการต้องมีการเก็บข้อมูลเบื้องต้นเพื่อจัดทำเว็บไซต์

ข้อเสียของการจัดทำเว็บไซต์ขึ้นใหม่

  • เว็บไซต์อาจจะมีความซับซ้อนมาก หากเลือกใช้ผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์ไม่เพียงพอ
  • การพัฒนาอาจจะใช้เวลามากกว่าการสร้างเว็บไซต์รูปแบบอื่น ขึ้นอยู่กับฝีมือและประสบการณ์ของผู้จัดทำ
  • มีโอกาสทิ้งงานสูง ถ้าเลือกใช้นักเขียนโปรแกรมอิสระ หรือบริษัทที่ขาดความรับผิดชอบ

ทั้งนี้การเลือกเว็บไซต์อย่างไรให้เหมาะสมคงต้องถามตัวท่านเองก่อนว่า เว็บไซต์จะช่วยอะไรท่านได้บ้าง และเว็บไซต์ประเภทใดให้ผลลัพธ์และผลตอบแทนที่ดีกว่า บางครั้งการเลือกถูกกว่าไม่ได้ดีเสมอไป เช่น อาจจะต้องสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปหลายๆ ครั้ง กว่าจะเจอผู้ให้บริการที่ถูกใจ ซึ่งท้ายที่สุดอาจจะเสียค่าบริการมากกว่าการจัดทำเว็บไซต์ขึ้นใหม่ก็เป็นได้ ดังนั้น ก่อนเลือกเว็บไซต์ ให้ท่านสอบถามข้อมูลจากบริษัท หรือบุคคลที่เชื่อถือได้ เพื่อรับคำแนะนำเบื้องต้น หรือติดต่อ บริษัทเจนเนติกพลัส จำกัด เพื่อขอคำแนะนำฟรีได้ที่ หมายเลข 02-6126900 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-17.00 น หรือ Email มาที่เราได้ที่ info@genetic-plus.com

เว็บไซต์ของเรา : http://www.genetic-plus.com/
Blog ที่เกี่ยวข้อง : http://genetic-plus.bloggang.com/
http://geneticplus.multiply.com/journal

link : http://www.articleforrank.com/internet/บริษัทรับทำเว็บไซต์-รับทำเว็บ-พัฒนาเว็บไซต์

วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2553

เทคโนโลยีกับปี 2553 ผ่านมาแล้วก็กำลังจะผ่านไป

ใกล้จะปีใหม่กันแล้วนะครับ สำหรับปี 2553 ที่กำลังจะผ่านไปเราได้พบเจอเทคโนโลยีใหม่ๆ และประสบการณ์ต่างๆ อะไรกันบ้าง พอจะสรุปได้ดังนี้นะครับ

1. จากตลาดการแข่งขันของคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คที่ร้อนระอุ จะเห็นได้ว่าค่ายต่างๆ ได้เปิดตัวโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ประสิทธิภาพสูงป้อนเข้าตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยสืบเนื่องมาจาก Intel นำ CPU สำหรับโน๊ตบุ๊ค ตระกูล i ตั้งแต่ i3 i5 i7 มาให้เราได้ใช้กัน เมื่อการแข่งขันมีสูงผู้บริโภคก็ได้รับประโยชน์กันตามระเบียบครับ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุคราคา 1-2 หมื่นก็เพียงพอกับการทำงานทั่วไป จนบางบริษัทใช้โน๊ตบุ๊ตแทน PC กันเลยทีเดียว สำหรับคอกราฟิกกับเกมเมอร์ก็สามารถหาโน๊ตบุ๊คประสิทธิสูงในราคาที่ไม่สูงมาก มาเป็นเจ้าของกันได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แถมค่ายบัตรเครดิตก็เสริมทัพด้วยการให้ผ่อน 0% ซะอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามถ้ามีโครงการจะซื้อโน๊ตบุ๊ตก็อย่าลืมดูความเหมาะสมด้วยนะครับ

2. ด้วยปรากฏการ Smart Phone รุ่นทัชสกรีนต่างๆ ได้รับการตอบรับอย่างดี จนค่ายโทรศัพท์ Smart Phone ต่างๆ ได้พัฒนาโทรศัพท์ Smart Phone ให้มีความสามารถเกือบจะเป็นคอมพิวเตอร์เล็กๆ ได้อย่างสบายๆ บางเครื่องความเร็วซัดเข้าไป 1 GHz แต่มีข้อเสียตรงที่จอเล็กไปนิดเลยทำให้ใช้งานไม่ถนัดเท่าไร เมื่อจะนำมาใช้ทำงานแทนคอมพิวเตอร์ บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Apple จึงดันเอา Tablet PC อย่าง iPad เข้าสู่ตลาด ปรากฏว่าก็ได้รับการตอบรับอย่างดีทั้งผู้ใช้งานและผู้พัฒนา Application ทำให้ผู้พัฒนารายอื่นอย่างเช่น Samsung ก็ได้เอาเจ้า Galaxy Tab ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Google Android เข้าลงแข่งขันในตลาดนี้ด้วยเช่นกัน แต่ก็ดูเหมือนจะยังไม่สามารถเทียบชั้นกับ iPad ได้ ก็คงต้องดูกันต่อไปว่าปี 2554 ตลาด Tablet PC จะร้อนระอุกันแค่ไหน อยากจะถอยมาใช้สักเครื่องเหมือนกันนะครับ

3. ดูเหมือนว่า Google ลงมาจับตลาดเทคโนโลยีแทบซะทุกอย่าง ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบเลยก็ว่าได้ เล่นเอายักใหญ่ในวงการไอทีหนาวๆ ร้อนๆ ไปตามๆ กัน ยิ่งเมื่อตลาดมือถือเข้าสู่ยุค Smart Phone ทาง Google ก็ได้ตั้งทีมพัฒนา OS ของตัวเองขึ้นมาเพื่อใช้กับ Smart Phone ที่เราเรียกกันว่า Android ซึ่งเปิดตัวมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว และแถมแนวโน้มต่างๆ ก็ดูจะไปได้สวย ทั้งผู้พัฒนาฮาร์ดแวร์ต่างๆ ก็ดูจะตอบรับกับเจ้า Android กันเป็นอย่างดีอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันมี Application มากถึง 1 แสนตัวที่ออกมาให้ดาวน์โหลดกันแค่ภายในระยะเวลา 1 ปีเท่านั้นเอง งานนี้เจ้าพ่อ Microsoft กับ Symbian ของ Nokia คงได้มีร้อนหลังวูบๆ กันบ้างแหละครับ และแถมเจ้า Android ยังขยัน Update และมีผู้พัฒนากันอย่างต่อเนื่องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดูท่าเจ้า Android จะไปเร็วและแรงอย่างที่เราคาดไม่ถึงกันอย่างแน่นอน

4. เจ้าพ่อวงการโทรศัพท์มือถือ Smart Phone อย่าง Apple ได้เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ต่อจากรุ่น 3Gs แถมยังปรับรูปโฉมกันอย่างมากพอสมควร รวมทั้งความสามารถต่างๆ ที่เพิ่มเข้าไป เพื่อหวังจะช๊อควงการและกลับมาครองตลาดมือถือเพิ่มขึ้นอีกเหมือนสมัย iPhone 2G แต่กลับกลายเป็นว่าด้วยปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเจ้า iPhone 4 จะ Dis-Credit ตัวเองลงไปอย่างมากมาย ทั้งตัวสัญญามือถือที่มีปัญหา ระบบ Software ที่ยังไม่สมบูรณ์มีอาการแฮงค์อยู่บ่อยครั้ง ทำเอาคนที่คิดจะซื้อหลายๆ คน รอดูกันอยู่ บางคนก็รอรุ่นใหม่ๆ ที่แก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งก็มีข่าวลือกันว่าปีหน้าเราอาจจะได้เห็น iPhone 5G กันแล้วครับ (อ้าวแล้วรุ่น 4G ก็ตกรุ่นไปตามระเบียบซิครับ)

5. จะว่าไปบ้านเรามีโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ notebook และอุปกรณ์เครือข่ายต่างๆ ที่ออกมาพร้อมกับความสามารถ 3G กันอยู่มากพอสมควร ซึ่งบางคนก็บอกว่าจะออกมาทำไมกันไม่เห็นได้ใช้ ก็ต้องเข้าใจนะครับว่าประเทศบ้านผู้ผลิตเข้ามี 3G ใช้ไปกันนานมากแล้วครับ ซึ่งในปีนี้ไทยเราก็มีโอกาสได้ลุ้นกับระบบ 3G อยู่เหมือนกัน แต่กลับผิดหวังเป็นอย่างมากที่มีอันต้องเลิกล้มไป ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอันใดก็แล้วแต่ เราก็คงต้องรอกันต่อไป คิดซะว่าให้ไปทดลองระบบที่ประเทศเพื่อนบ้านเราก่อนแล้วกันนะครับ เพราะว่าเขาได้ใช้กันไปสักระยะหนึ่งแล้ว (เฮ้อ รอ รอ รอ )

6. และแล้วชีวิตส่วนตัวก็ไม่ส่วนตัวอีกต่อไป เมื่อเรามี Twitter, FaceBook แต่จะว่าไปก็เป็นเพราะว่าเราอยากจะ Update ให้เพื่อนๆ ของเรารู้กันว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่นะ และนั่นก็ทำให้เกิดความสัมพันธ์บางอย่างที่แปลกประหลาดเกิดขึ้น เช่น ไปกินข้าว ก็ต้องถ่ายรูปลง Facebook อวดเพื่อน ว่างๆ ก็ Update Twitter สักนิด ให้รู้ว่าทำอะไรอยู่ บางคนเล่น Update กันทุกนาทีเลยก็มีนะครับ แต่ด้วยเครื่องมือที่เชื่อมต่ออย่างไม่มีที่สิ้นสุด ก็ได้มีการนำมาใช้เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพทางการตลาด แต่ก็ต้องใช้ให้เหมาะสมนะครับ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นน่าเบื่อ น่ารำคราญไปครับ ถ้ามีโอกาสจะมาเขียนแนะนำการทำการตลาดด้วย Facebook อีกครั้งครับ

ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปเพียงใด แต่มันก็คงยังเป็นเครื่องมือที่ถูกสร้างโดยมนุษย์อย่างเรา และก็ถูกมนุษย์อีกนั่นแหละเป็นผู้ใช้ จะทำให้เกิดโทษหรือคุณประโยชน์ก็อยู่ที่คุณแล้วล่ะครับ ว่าคุณต้องการอย่างไร และจะใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

เว็บไซต์ของเรา : http://www.genetic-plus.com/
Blog ที่เกี่ยวข้อง : http://genetic-plus.bloggang.com/
http://geneticplus.multiply.com/journal

วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Digital Marketing (ตอนที่ 3)

เครื่องมือต่างๆที่ใช้ในการตลาดดิจิตอล ตัวอย่างเช่น

Website
เป็นช่องทางการสื่อสารที่เกิดขึ้นมาร่วม 10 ปีที่ผ่านมา นับว่ามีการเติบโตอย่างมาก ด้วยสักยภายในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้รวดเร็วและปริมาณสูง ทำให้ปัจจุบันเว็บไซต์ได้รับการยอมรับว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ในการทำการตลาดที่มีประสิทธิภาพ และอัตราการเติบโตสูงที่สุดในสื่อต่างๆ แต่ก็มีเว็บไซต์ไม่น้อยที่เกิดขึ้นและหายไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากขาดองค์ประกอบในด้านต่างๆ เช่น ขาดการดูแลปรับปรุงข้อมูล พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น ดังนั้นเว็บไซต์ที่ให้ประสิทธิภาพทางด้านการตลาดก็ต้องมีการวางแผนและบริหารไม่ต่างจากเครื่องทางการตลาดทั่วๆไปเช่นกัน

Email Marketing
ปัจจุบัน จะเรียกว่าเกือบ 80 % ที่คนหันมาใช้จดหมายในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่เราเรียกกันว่า"อีเมลล์" (email) เนื่องจากความสะดวก รวดเร็ว และง่ายต่อการใช้งาน ทำให้มีผู้ให้บริการทางด้านอีเมลล์เกิดขึ้นจำนวนมาก และก็มีผู้ใช้จำนวนที่มากขึ้นเช่นกัน นักการตลาดจึงมองเห็นถึงความสำคุญตรงสื่อนี้ จึงได้มีการวางรูปแบบของการตลาดผ่านระบบ email ขึ้นมา โดยเป็นการส่งข้อมูล สินค้า บริการ หรือโปรโมชั้นต่างๆผ่านระบบ email เพื่อ เรียกกันว่าส่งข้อมูลให้กันถึงมือทีเดียว แต่ก็มี email จำนวนไม่น้อย ที่ถูกมองว่าเป็นจดหมายขยะ หรือที่เราเรียกกันว่า Spam เนื่องจากเข้าไประบบกวนระบบ email ซึ่งทำให้เกิดความรำคาญ และสะท้อนถึงภาพลักษณ์ในแง่ลบของธุรกิจอย่างมากมาย ดังนั้นการใช้ email marketing จึงควรมีการวางแผนรูปแบบสมาชิก หรือเชิญชวนอย่างเหมาะสมและตรงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อตอบสนองแผนการตลาดอีกด้วย

Social Network
นับเป้นนวัตกรรมใหม่ที่เกิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม โดยมีผู้ให้บริการเริ่มจากเว็บบอร์ดทั่วไป จนขยายเป็นเว็บไซต์ขนาดใหญ่ และด้วยระบบ web 2.0 ทำให้มีผู้ที่สร้าง blog webpage จำนวนมาก ซึ่งผ็ให้บริการต่างๆไม่ว่าจะเป็น hi5 Facebook Twitter ที่ได้รับความนิมยมเป็นอย่างสูง โดยใช้อำนาจในการเชื่อมโยงกลุ่มสังคมต่างๆ เข้าหากันและขยายกลุ่มไปได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ปัจจุบันจึงมีผ็นิยมใช้เว็บ web 2.0 เพื่อทำกิจกรรมทางการตลาดในแบบต่างๆ

Game
เกมส์ออนไลน์ เกมส์คอนโซล หรือว่าเกมส์คอมพิวเตอร์ ถูกนำมาเป็นสื่อในการถ่ายทอดอีกอย่างนึงได้ โดยเราจะเห็นประสิทธิภาพอย่างเกมส์ออนไลน์ Ragnarok, Warcraft, Audition ได้มีการทำการตลาดไปยังกลุ่มผู้เล่น และมีโฆษณาต่างๆปรากฎบนเกมส์ โดยผ็เข้าเล่นเกมส์มากกว่า 10 ล้านคนทั่วโลกมีโอกาสเห็นโฆษณาของคุณ

Electronic Content
การส่งข้อมูลต่างๆผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้สื่อสิ่งพิมพ์ก็เป็นอีกช่องทางนึงในการเข้าถึงข้อมูล เช่น email marketing, electronic brochure, e-newletter หรือ SMS เพื่อใช้เป้นช่องการในการประชาสัมพันธ์สื่อสารกับลูกค้าปัจจุบันเพื่อรักษาฐานลูกค้า หรือโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆให้กับกลุ่มผู้บริโภค

Internet Broadcast
ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่เพิ่งจะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทางการตลาด เนื่องจากการใช้สื่อประภาพนี้ขึ้นอยู่กับความเร็วในการเชื่อมต่อ internet ตัวอย่างเช่น youtube ของ google ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการเป็น internet broadcast และถือเป็นอีกช่องทางนึงที่มีประสิทธิ์ภาพอย่างมากในการประชาสัมพันธ์ต่างๆ ผ่าน Clip Video หรือมัลติมีเดียต่างๆ โดยเราไม่จำเป็นต้องพึ่งช่องทางของสื่อในรูปแบบเดิมที่มีการแข่งขันสูงและต้นทุนที่สูงจนเกินความจำเป็น

ทั้งนี้การเลือกใช้งานก็ขึ้นอยู่กับแผนงานธุรกิจที่ได้วางไว้นั่นเอง

เว็บไซต์ของเรา : http://www.genetic-plus.com/
Blog ที่เกี่ยวข้อง : http://genetic-plus.bloggang.com/
http://geneticplus.multiply.com/journal

วันอังคารที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2553

การตลาดดิจิตอล (Digital Marketing) (ตอนที่2)

อาจจะพูดได้ว่าในปัจจุบัน คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือได้ เข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวัน อัตราการใช้คอมพิวเตอร์สำหรับอินเตอร์เน็ตสูงมากขึ้นทุกปี บวกกับอินเตอร์เน็ทที่มีความเร็วสูงขึ้นมาก ทำให้อัตราการ ใช้อินเตอร์เน็ทยิ่งเข้าถึงผู้คนได้ทุกระดับ โดยผ่านทางเว็บไซต์และโปรแกรม online ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Chat หรือ Social media เช่น FaceBook Hi5 Blog หรือ Twitter เป็นต้น

ดังนั้นกลุ่มผู้ใช้เหล่านี้คือตลาดใหม่ที่มีอยู่อย่างมหาศาลซึ่งเราต้องมีกลยุทธในการเข้าถึงกลุ่มผ็ใช้เหล่านี้ได้ อย่าง ตรงจุดและเหมาะสมมากที่สุดซึ่งผลที่ได้รับก็จะทำให้เราสามารถเปิดตลาดใหม่ๆ เพื่อช่องทางธุรกิจ ได้อย่างที่ คิดไม่ถึงเลยทีเดียว ดังนั้นกลยุทธทางการตลาดดิจิตอล ก็คือการพัฒนาเครื่องมือ เลือกใช้เครื่องมือโฆษณา ประชาสัมพันธ์ทาง อินเตอร์เน็ท Social media หรือสังคมออนไลน์แบบต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมนั่นเอง

ในตอนหน้าเราจะมีดูเครื่องมือต่างๆที่เราจะนำไปใช้ในการสร้างการตลาดทางดิจิตอล ไม่ว่าจะเป็น การจัดทำเว็บไซต์ การพัฒนาเครือข่ายสังคมออนไลน์ Social media

เว็บไซต์ของเรา : http://www.genetic-plus.com/
Blog ที่เกี่ยวข้อง : http://genetic-plus.bloggang.com/
http://geneticplus.multiply.com/journal

วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2553

การพัฒนาธุรกิจด้วย Digital Marketing (ตอนที่ 1)

ในปัจจุบันมีบริษัท ห้างร้าน และธุรกิจกิจการ กำเนิดขึ้นอย่างมากมาย ซึ่งเมื่อประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันแล้ว ทำให้การแข่งขันมีอัตราที่สูงขึ้นมากขึ้น ซึ่งมีเพียงกลุ่มบริษัท ร้านค้า บางกลุ่มเท่านั้น ที่ยังคงครองตลาดได้ และสามารถอยู่รอดได้ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งขึ้นอยู่กับแผนการกลยุทธต่างๆ ที่ได้ถูกกำหนดไว้ในแผนพัฒนาธุรกิจ ซึ่งควรจะสอดคล้องกับลักษณะของบริษัทและสภาวะธุรกิจ ในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ด้วย

การวางแผนการตลาด เป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มอัตราการขาย และช่องทางการตลาด เพื่อเพิ่มกลุ่มลูกค้า และผลกำไรให้กับบริษัทได้ โดยการเลือกแผนการตลาดที่เหมาะสม ซึ่งในอดีตการตลาดมักจะผูกติดกับการประชาสัมพันธ์ โดยเน้นที่ปริมาณและความถี่ของการประชาสัมพันธ์ ซึ่งส่งผลทำให้ต้องมีการใช้งบประมาณที่สูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งกว่าจะได้รับผลตอบรับจากผู้ซื้อ ก็อาจจะใช้เวลานานกว่าจะคืนทุนที่ทำการลงประชาสัมพันธ์ไป แต่ในปัจจุบันมีวิธีการใหม่ๆ มาเพื่อตอบสนองทางการตลาดที่เหมาะสม และลงทุนต่ำ เหมาะกับธุรกิจที่เริ่มต้น หรือธุรกิจที่ต้องการขยายกิจการนั้นคือ การตลาดดิจิตอล (Digital Marketing)
ในตอนหน้าเราจะมาทราบถึงความหมายของการตลาดดิจิตอลกันต่อ

เว็บไซต์ของเรา : http://www.genetic-plus.com/
Blog ที่เกี่ยวข้อง : http://genetic-plus.bloggang.com/
http://geneticplus.multiply.com/journal

วันพุธที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ธุรกิจแบบเก่ากับการก้าวเข้าสู่ E-Business

e-businessเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ โดยนำเทคโนโลยีที่เป็นสื่ออิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยในกระบวนการทางธุรกิจไม่ว่าจะเป็น การติดต่อประสานงาน การทำสต๊อคสินค้า การจัดซื้อจัดจ้าง งานธุรการ การซื้อขายสินค้า การทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการบริหารงานและกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในสำนักงาน โดยอาศัยระบบสารสนเทศทางคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการดำเนินงาน เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพในการดำเนินการทางธุรกิจ

ประโยชน์ที่จะได้รับ
1.เพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินค้าและบริการ เช่น การจัดทำเว็บไซต์หรือการทำร้านค้าออนไลน์ ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้าและบริการผ่านทาง Search Engine หรือเข้าสู่หน้าร้านโดยตรงได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก
2.ลดขั้นตอนการทำงาน รวมถึงประหยัดแรงงานคนในการทำงาน เช่น การนำโปรแกรมควบคุมสต๊อคสินค้ามาใช้ ช่วยลดปริมาณคนงานนับจำนวนสินค้าคงคลังและตัดสต๊อคสินค้า
3.ลดต้นทุนในการดำเนินงาน เช่น การนำโปรแกรมควบคุมสต๊อคสินค้ามาใช้ ช่วยลดค่าจ้างคนงาน และลดปริมาณการใช้ทรัพยากร (กระดาษ, ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ) ที่ใช้ในการทำงาน

4.เพิ่มความรวดเร็วและถูกต้องในการทำงาน เช่น การนำโปรแกรมควบคุมสต๊อคสินค้ามาใช้ ทำให้สามารถตัดสต๊อคสินค้าได้อัตโนมัติ รวดเร็ว และถูกต้อง

5.สร้างความได้เปรียบทางการค้า จากประโยชน์ในข้อต่างๆ ข้างบน จะช่วยเพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้าเดิม และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ ได้มากขึ้น

เว็บไซต์ของเรา : http://www.genetic-plus.com/
Blog ที่เกี่ยวข้อง : http://genetic-plus.bloggang.com/
http://geneticplus.multiply.com/journal

วันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2553

การโปรโมทเว็บไซต์บน Search Engine

ในบทความที่แล้วเราได้พูดถึงเรื่องความสำคัญของ E-commerce กับธุรกิจ SME กันไปแล้ว ต่อไปเรามาดูกันว่า หากเราจัดทำเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มยอดขายแล้ว เราจะทำอย่างไรให้ลูกค้าเข้าชมสินค้าของร้านเราก่อนร้านคู่แข่ง
ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่มักจะนิยมหาข้อมูลสินค้าและบริการผ่านอินเทอร์เน็ต ด้วยเหตุผลในเรื่องของความสะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทางไกลให้เสียเวลาและเสียค่าใช้จ่าย ไม่ต้องโทรถามข้อมูลของสินค้ากับเพื่อนให้ยุ่งยาก ซึ่งบางครั้งเราอาจโชคร้ายเพราะไปถึงร้านแล้วไม่มีสินค้าและบริการก็เป็นได้ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะนิยมค้นหาข้อมูลสินค้าและบริการจากเว็บไซต์จำพวก Search Engine ไม่ว่าจะเป็น Google, Sanook, Yahoo เป็นต้น ซึ่งในการค้นหาข้อมูลจาก Search Engine นั้นเว็บไซต์ใดที่อยู่อันดับแรกๆ จะมีโอกาสขายสินค้าและบริการได้มากกว่า เพราะคงไม่มีลูกค้าคนใดที่มีความมานะพยายามในการเข้าดูเว็บไซต์ ตั้งแต่หน้าแรกที่ Search Engine ค้นเจอจนถึงหน้าสุดท้าย ดังนั้นธุรกิจหลายแห่งจึงมีการปรับเว็บไซต์ของตัวเองเพื่อให้เว็บไซต์ขึ้นไปอยู่อันดับต้น ๆ บน Search Engine

ข้อได้เปรียบของการทำการตลาดบนเว็บไซต์
1. การใช้ Search Engine ในการค้นหาข้อมูลเป็นกิจกรรมที่นิยมรองจากการใช้อีเมล์
2. ผู้ค้นหาข้อมูลส่วนใหญ่ 50.5% จะดูผลการค้นหาแค่หน้าแรกเท่านั้น และส่วนน้อย 29.2% จะดูผลการค้นหาไปถึงหน้าที่ 3 (March 2002 Penn State Study)
3. การโปรโมทธุรกิจด้วยเว็บไซต์ให้ผลดีมากกว่าการโปรโมทผ่านสื่ออื่นๆ
4. ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่พบเว็บไซต์ใหม่ๆ ผ่านทาง Search Engine
5. ปัจจุบันมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อมูลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และส่วนใหญ่จะนิยมใช้ Search Engine ในการค้นหาข้อมูลมากกว่าวิธีอื่นๆ
ประโยชน์ในการทำโปรโมทเว็บไซต์
1. เพิ่มช่องทางในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ สินค้าและบริการให้เป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ
2. เพิ่มอำนาจในการเข้าถึงตลาด และกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
3. ลดต้นทุนในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ธุรกิจ
4. มีเว็บไซต์ที่สามารถค้นหาได้ด้วย Search Engine


เว็บไซต์ของเรา : http://www.genetic-plus.com/
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://genetic-plus.bloggang.com/
http://geneticplus.multiply.com/journal